คุณไม่มีรายการสินค้าในรถเข็นของคุณ
โอเวอร์คล็อก (Overclock) คืออะไร ?
มือใหม่หลายๆคนอาจสงสัยว่า โอเวอร์คล็อก (Overclock) มันคืออะไร ถ้าจะพูดให้ง่ายหน่อยก็คือ การทำให้เครื่องซีพียู (CPU) ทำงานเร็วขึ้นกว่าสเปกเครื่อง โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ตอนนี้เรามาทำความรู้จักการโอเวอร์คล็อก (Overclock) กันให้มากกว่านี้ดีกว่า
มือใหม่ที่อยากแรงอาจสงสัยว่าจะทำให้เครื่องเร็วขึ้น แรงขึ้นโดยไม่เสียเงิน หรืิอ การโอเวอร์คล็อก (Overclock)ได้อย่างไร การโอเวอร์คล็อก (Overclock) คือ การทำให้ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ทำงานเกินกว่าความเร็วที่มันได้รับการทดสอบ และรับรองการใช้งาน เช่น ซีพียูความเร็ว 400เมกะเฮิรตซ์ (MHz) นำมาเพิ่มความเร็วเป็น 500เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หรือ ภาษาโอเวอร์คล็อก (Overclock) เรียก 400MHz@500MHz นอกจากซีพียู (CPU)เราสามารถทำการโอเวอร์คล็อก (Overclock) อุปกรณ์ชิ้นอื่นได้เหมือนกัน เช่น แรม (RAM) หรือ การ์ดแสดงผลที่มี GPU (Graphics Processing Unit) ก็สามารถทำโอเวอร์คล็อก (Overclock)เพื่อให้มีสมรรถภาพเพิ่มมากขึ้นได้
เรามาเริ่มทำความรู้จักภาษาโอเวอร์คล็อก (Overclock) และคำศัพท์ที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อก (Overclock)กันก่อน
ศัพท์ที่เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อก (Overclock)
Front Side BUS
เรียกสั้น ๆ ว่า "FSB" หรือบัส หมายถึงเส้นทางการส่งข้อมูลของวงจรภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่ง FSB จะส่งข้อมูลและทำงานไปพร้อมๆ กับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ซีพียู (CPU), แรม (RAM) และสล็อตต่างๆบนเมนบอร์ด (Mainboard) เช่น สล็อต AGP, PCI ซึ่ง FSB เป็นสัญญาณนาฬิกาหรือความถี่ ซึ่งแตกต่างออกไปตามอุปกรณ์แต่ละตัว ซึ่งสัญญาณนาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะถูกส่งไปยังซีพียู (CPU) และอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่บนเมนบอร์ด (Mainboard) และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ FSB จะเป็นตัวควบคุมจังหวะการทำงานว่าจะรับ-ส่ง ช้าหรือเร็ว เพื่อให้ระบบทำงานสอดคล้องกันโดยใช้สัญญาณนาฬิกานี้เป็นตัวอ้างอิง
Multiplier
Multiplire คือ ตัวคูณของความเร็วบัสบนเมนบอร์ด (External BUS Speed) ซีพียู (CPU) ทุกตัวทั้งซีพีจากค่าย lnter หรือ AMD ต่างก็มีตัวคูณอยู่ในตัวซีพียู (CPU) อยู่แล้ว ซึ่งซีพียู (CPU) แต่ละตัวจะมีตัวคูณที่ไม่เท่ากัน เช่น AMD Athlon XP 2500+ ใช้ตัวคูณ 11.0x และใช้ FSB 166เมกะเฮิรตซ์ (MHz)(11x166=1826 MHz) แต่ละส่วน AMD Athlon64 3200+ ใช้ตัวคูณ 10.0x แต่ใช้ FSB 200เมกะเฮิรตซ์ (MHz) (10x200=2000Mhz) จะเห็นว่าซีพียู (CPU) แต่ละตัวก็ใช้ FSB ที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่ในทางโอเวอร์คล็อก (Overclock) ซีพียู (CPU) บางตัวเปลี่ยนค่าตัวคูณได้ (AMD) บางตัวก็เปลี่ยนคูณไม่ได้ (lntel) ซึ่งการเพิ่มตัวคูณนั้นจะไม่มีผลกระทบต่ออุปกรณ์รอบข้างแต่อย่างใด แต่ก็อย่าไปสับสนกับ FSB
Vcore
หมายถึง ไฟที่ใช้เลี้ยงซีพียู (CPU) และแน่นอนว่าเราสามารถที่จะเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับซีพียู (CPU) ได้ ซึ่งซีพียู (CPU) ทุกตัวต่างก็มีไฟเลี้ยงในตัวเอง และใช้ไฟเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป เช่น K6II, K6III จะใช้ 2.2V., Celeron, PII และ PIII จะใช้ 2.0V. และ PIII รุ่นใหม่ ๆ จะใช้ที่ 1.6V. ส่วนการเพิ่มค่าไฟเีลี้ยง (Vcore) นั้นส่วนมากจะเพิ่มขึ้นอีก 0.2-0.4V. การที่เราเพิ่มไฟเลี้ยง (Vcore) ให้กับซีพียู (CPU) มากขึ้น ก็ทำให้สามารถโอเวอร์คล็อก (Overclock) ได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะซีพียู (CPU) ทำงานหนักขึ้น ก็ต้องใช้พลังงานที่มากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงความร้อนของซีพียู (CPU) ก็เพิ่มมากขึ้นเ่ช่นเดียวกัน หลักการเพิ่ม Vcore ให้เพิ่มที่ละน้อย เช่น 0.01-0.5V. แล้วลองใช้งานดู ไม่ควรเพิ่มค่าให้เกิน 0.2-0.4V. ไม่เช่นนั้นเครื่องซีพียู (CPU) ของคุณอาจเกิดปัญหาและเสียได้
Vmem, VDD
เป็นไฟที่ป้อนให้กับหน่วยความจำ ซึ่งหน่วยความจำ DDR1 ทั่วไปจะมีกำลังไฟเลี้ยงที่ 1.6V.แต่ถ้าเป็น DDR2 ก็จะมีไฟเลี้ยง 1.4V. หลักในการเพิ่มไฟเลี้ยงก็จะคล้ายคลึงกับ Vcore ยิ่งไฟเลี้ยงเยอะเท่าไรก็จะทำให้เราโอเวอร์คล็อก (Overclock) แรม (RAM) ที่ความถี่ได้สูงเท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแรม (RAM) ด้วยว่าจะรับความถี่ได้สูงเพียงใด และที่ต้องไม่ลืมอีกอย่างก็คือ ต้องมีการระบายความร้อนที่ดีด้วย
VIO
คือไฟเลี้ยงที่ป้อนให้กับซิปเซต (Chipset) ซึ่งส่วนมากแล้วเมนบอร์ด (Mainboard) ที่สามารถปรับแต่งค่านี้ได้ จะเป็นเมนบอร์ด (Mainboard) ที่ออกแบบมาสำหรับการโอเวอร์คล็อก (Overclock) จริงๆ อย่างเช่น เมนบอร์ด (Mainboard) จาก ABIT,DFI,MSI,และ ASUS เป็นต้น ซึ่งสามารถปรับ VIO ให้กับซิพเซ็ต (Chipset) ได้อีกด้วย
Cas Latency
Cas Latency หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "CL" เป็นตัวบอกถึง Timing ในการทำงานของแรม (RAM) CL ยิ่งน้อยเท่าไร แรม (RAM)ก็จะทำงานได้เร็วเท่านั้น เนื่องจากใช้เวลาในการเข้าถึงข้อมูลสั้นลง ซึ่งค่า CL คือ ตัวเลขท้าย 4 ตัวของแรม (RAM) เช่น แรมยี่ห้อ Corsair DDR XMS 512 MB PC3200 2-7-3-3 จะเป็นค่าของเวลาที่แรมจะทำการหน่วงข้อมูลแล้วส่งต่อไปยังซิพเซ็ต (Chipset)และชิืพเซ็ต (Chipset)ก็จะประมวลผลอีกที (ถ้าค่า CL ยิ่งต่ำเท่าไรแรมก็จะส่งข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น)
Accelerated Graphics Port (AGP)/Peripheral Component Interconnection (PCI)
หมายถึง ความเร็วของการ์ดแสดงผลที่เป็นอินเทอร์เฟช AGP ที่มีความเร็ว 66 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และความเร็วของอุปกรณ์ PCL ที่มีความเร็ว 33 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ค่า 2 ค่านี้จะเปลี่ยนตาม FSB ซึ่งหากเมนบอร์ด (Mainboard) ปรับอัตราทดได้แล้วนั้น ค่า AGP/PCI จะทำงานที่ความเร็วดังในตารางที่แสดงอยู่ แต่เมนบอร์ดบางรุ่นสามารถที่จะกำหนดความถี่ให้กับความเร็วของ AGP/PCI เมื่อเราปรับ FSB ให้สูงขึ้น
การโอเวอร์คล็อก (Overclock)สามารถแบ่งได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ
1. โอเวอร์คล็อก (Overclock)แบบปรับ FSB อย่างเดียว
เป็นการเพิ่มความถี่ของ FSB ให้มากขึ้น แล้วความเร็วของซีพียู (CPU) จะเปลี่ยนไปตามค่าความถี่ที่เราปรับ มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าตัวคูณของซีพียู (CPU) มากน้อยเพียงใด เช่น ความเร็วปกติของซีพียู (CPU) อยู่ที่ 1000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หรือ 10x100= 1000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) โดยเมนบอร์ด (Mainboard) รุ่นใหม่ทุกวันนี้เราสามารถกำหนดค่าของ FSB ได้ โดยที่ค่าของ FSB ที่จะไม่ส่งผลกระทบกับความเร็วอื่น ๆ (ค่าความถี่ของอุปกรณ์อื่นๆไม่สูงตาม FSB)คือ ค่า FSB133,166 และ 200 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) กล่าวคือ ถ้าเราใช้งานที่ FSB ดังกล่าวแล้ว AGP/PCI จะทำงานปกติที่ 66/33 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ซึ่งไม่มีผลเสียใด ๆ
ผลเสียของการโอเวอร์คล็อก (Overclock) แบบปรับ FSB
การโอเวอร์คล็อก (Overclock) แบบนี้ีจะทำให้อุปกรณ์อื่นๆทำงานผิดไปจากเดิม เนื่องจาก FSB ของระบบเปลี่ยนไป เพราะอุปกรณ์ทุกอย่างเสียบลงบนเมนบอร์ด (Mainboard) หมด เมื่อ FSB ของระบบเปลี่ยนไปอุปกรณ์อื่นๆก็ทำงานช้า-เร็วตาม FSB นั้นด้วย แต่ปัญหานี้ก็มีวีธีแก้ไขได้ไม่ยาก คือ ถ้าเมนบอร์ดของคุณปรับอัตราทด AGP/PCI ได้ หรือ สามารถกำหนดค่าได้ จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆทำงานที่ความเร็วเดิมแม้ FSB จะเปลี่ยนไปก็ตาม
2.การโอเวอร์คล็อก (Overclock) แบบปรับตัวคูณอย่างเดียว
เป็นวิธีโอเวอร์คล็อก (Overclock) ที่ง่ายที่สุด แต่สามารถทำได้กับเฉพาะซีพียู (CPU) จากค่าย AMDเท่านั้น การเพิ่มตัวคูณเป็นการลบล้างรายละเอียดการออกแบบดั้งเดิมของซีพียู ด้วยการบังคับให้มันทำงานที่ความถี่สูงกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำ เช่น ปกติความเร็วซีพียู (CPU) อยู่ที่ 1000 เมกะเฮิรตซ์ (MHz)(10x100=1000เมกะเฮิรตซ์) จากนั้นเราทำการปรับตัวคูณซีพียู (CPU) จาก 10 เป็น 12 เราก็จะได้ความเร็วของซีพียู (CPU) ใหม่เป็น 12x100=1200 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) นั้นเอง หรืออาจจะปรับขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเพิ่ม Vcore ก็ได้ แต่อยากจะให้ค่อยๆปรับขึ้นไปทีละขั้น แล้วทดลองใช้ดูก่อนว่ามีปีัญหาอะไรหรือเปล่า อย่าไปใจร้อนปรับทีเดียวให้แรง เครื่องคุณอาจพังได้
ผลเสียของการโอเวอร์คล็อก (Overclock)แบบปรับตัวคูณ
การโอเวอร์คล็อกแบบนี้จะเป็นการปรับเฉพาะความเร็วของซีพียู (CPU) เพียงอย่างเดียว ความถี่ของอุปกรณ์ต่างๆทำงานที่ความเร็วเท่าเดิม
3. โอเวอร์คล็อก (Overclock) แบบปรับFSB และ ตัวคูณไปพร้อมๆกัน
การโอเวอร์คล็อก (Overclock) ด้วยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการโอเวอร์คล็อก (Overclock) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทั้งความเสถียรของระบบและความเร็ว จะทำให้เครื่องของคุณเร็วที่สุดเ้ท่าที่ความสามารถของเครื่องจะมี
การระบายความร้อนมีผลต่อการโอเวอร์คล็อก (Overclock)
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดต่างก็ความร้อนด้วยกันทั้งนั้น เช่น ตู้เย็น ทีวี แอร์ คอมพิวเตอร์ การที่เราทำโอเวอร์คล็อก (Overclock) ยิ่งจะเพิ่มความร้อนให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมากขึ้นอีก ยิ่งถ้าทำโอเวอร์คล็อก (Overclock) แบบ Vcore หรือ Vmem ความร้อนมีผลอย่้างมาก ดังนั้นเีราควรคำนึงถึงการระบายความร้อนของเครื่องเสมอเมื่อคิดจะทำโอเวอร์คล็อก (Overclock) อุณหภูมิที่จะไม่กระทบหรือทำให้เกิดอันตรายกับตัวเครื่องปกติจะอยู่ที่ 60 องศา เมื่อทำโอเวอร์คล็อก (Overclock)แล้วอุณหภูมิควรอยู่ที่ 40-50 องศา เพื่อความเสถียรในการทำงาน
ปัจจัยที่มีผลต่อการโอเวอร์คล็อก (Overclock)
เวลาโอเวอร์คล็อก (Overclock) ขอให้ค่อยๆ ปรับขึ้นไปเป็นระดับขั้น อย่าใจร้อนและปรับแบบก้าวกระโดด
- ซีพียู (CPU) ทุกตัวสามารถโอเวอร์คล็อก (Overclock) ได้ไม่เท่ากัน ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกัน การระบายความร้อนที่ดีส่งผลให้ระบบและซีพียู (CPU) ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และสามารถโอเวอร์คล็อก (Overclock) ไปที่ความเร็วสูงๆได้โดยที่ไม่มีอาการผิดปกติ
- เมนบอร์ด (Mainboard) ที่ดีจะมีฟังก์ชันในการโอเวอร์คล็อก (Overclock) ที่ครบครันสามารถปรับและกำหนดค่าต่างๆได้ทั้งหมด
- Vcore ยิ่งเพิ่มมากยิ่งโอเวอร์คล็อก (Overclock) ไปได้มากเช่นเดียวกัน
- หน่วยความจำ (RAM) ที่ดีต้องรับกับความถี่และ FSB สูงๆได้ และมีค่า Timing ต่ำๆ
- ปัจจัยอื่นๆ เช่น อุปกรณ์ต่างๆภายในเครื่องต้องรู้ว่ารับกับความถี่สูงๆได้ไหม และดูองค์ประกอบโดยรวมไปถึงระบบระบายความร้อนให้ชิิพ (Chip) ต่างๆ บนเมนบอร์ด Vmem, VIO และอุณหภูมิของสถานที่
ผลเสียของการ Overclock
คุณไม่มีรายการสินค้าในรถเข็นของคุณ
ตู้แรค (19” Open Rack 27U - (1339 mm. Height))
ตู้แรค (19" RACK 45U - 600x800x2185 mm.)
เครื่องมือสำหรับเข้าสายสัญญาณ (Twisted Pair Testing Tool, Butt Set)
หัวต่อสายไฟเบอร์ออพติก (LC Multimode, Simplex Connector, 900um)
หัวต่อสายไฟเบอร์ออพติก (SC Style Connector, Simplex Ceramic Ferrule, Multimode)
หัวต่อสายไฟเบอร์ออพติก (SC Light Crimp Plus Connector, Simplex, Multimode, 50/125)
สายไฟเบอร์ออพติก (6-Cores XG Internal / External Fiber Optic)
สายไฟเบอร์ออพติก (4-Cores 50-125um Multimode Internal / External Fiber Optic)
สายไฟเบอร์ออพติก (6-Cores 50-125um Multimode Internal / External Fiber Optic)
สายไฟเบอร์ออพติกภายนอกอาคาร (Fiber Optic Cable Outdoor, 6 Fiber 50/125)
LINK สาย UTP CAT5E ( CAT5E Enchanced Cable (350 MHz), CMR )
Think Station Workstation
COMMY : Laptop Battery
COMMY : Laptop Battery
COMMY : Laptop Battery
Samsung : Plasma 42"
Printer
Scanner