Sheepnetwork

ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก »

You're currently on:

ประเภทของสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)

สายไฟเบอร์ออพติก (Fiber Optic) หรือ เส้นใยแก้วนำแสงนั้น ได้เข้ามามีบทบาทในการใช้งานสำหรับการติดตั้งระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) และการสื่อสารโทรคมนาคม (Communication) มากขึ้น เนื่องจากสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง หรือ สายไฟเบอร์ออพติก (Fiber Optic) มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าสายทองแดง (Copper Cable)แบบเดิม สายไฟเบอร์ออพติก (Fiber Optic) สามารถแบ่งประเภทจากการใช้งานได้ 3 ประเภท คือ

  • สาย Indoor (สำหรับการติดตั้งภายในอาคาร)

  • สาย Outdoor (สำหรับการติดตั้งภายนอกอาคาร)

  • Indoor/Outdoor หรือ Outdoor/Indoor (สำหรับติดตั้งทั้งภายในและภายนอกอาคาร)

โดยทั่วไปการติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง หรือ สายไฟเบอร์ออพติก (Fiber Optic) ที่เป็นการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างอาคารนั้น ถ้าติดตั้้งแบบใช้สาย Outdoor คือการติดตั้งภายนอก ตามมาตรฐานการติดตั้งได้กำหนดไว้ว่า เมื่อเดินสาย Outdoor เข้าภายในอาคารมากกว่า 50 ฟุต (หรือ 15 เมตร) จะต้องมีการติดตั้งจุดตัดต่อสายสัญญาณ (บล็อกพักสาย) ให้เป็นสาย Indoor เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะถ้านำสาย Outdoor มาเดินภายในอาคารจะเป็นอันตราย เนื่องจากสายที่ใช้สำหรับติดตั้งภายนอกอาคารไวไฟ (Flammable) ไม่เหมาะกับการนำมาเดินภายในอาคาร

ดังนั้นการติดตั้งในลักษณะแบบนี้จึงแนะนำให้เลือกใช้สายประเภท Indoor/Outdoor ในการติดตั้งจะดีกว่า เนื่องจากเป็นสายเคเบิ้ลใยแก้วชนิดพิเศษที่สามารถติดตั้งจากภายนอกอาคาร (Outdoor) เข้าไปภายในตัวอาคารได้ โดยไม่ต้องตัดต่อเปลี่ยนชนิดของสายที่ใช้ภายในอาคาร (Indoor) เนื่องจากสายชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือ ฉนวนภายนอกใช้สาร PE (Polyethylene) ที่ทนต่อสภาวะแวดล้อมภายนอกได้ดี และเติมสาร LSZH (Low Smoke Zero Halogen) ตามมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยสากล (NEC: National Electional Code) เพื่อให้มีควันน้อยและไม่เกิดอันตรายเมื่อเกิดไฟไหม้ ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง นอกจากนี้ยังมีให้เลือกลักษณะการใช้งานได้ทั้งสายชนิดมัลติโหมด (Multimode) 62.5/125 , 50/125 หรือ สายชนิดซิงเกิ้ลโหมด (Singlemode) 9/125 และมีให้เลือกหลายขนาด (จำนวน core) คือ 4, 6, 8, 12, 24